| ลำดับที่ |
บทความ |
วันที่ |
อ่าน |
| 48 | | 23 มิ.ย. 2551 |
4 |
| 47 |  | โรครากแดงเส้นใยของเชื้อรามีสีแดง 23 มิ.ย. - เส้นใยของเชื้อราจะเกาะติดแน่นกับผิวรากและเจริญทะลุก้านดินและหิน เกาะเกี่ยวไว้แน่น ทำให้รากมีลักษณะขรุขระ [ สมาชิกเท่านั้น! ] |
| 23 มิ.ย. 2551 |
5 |
| 46 |  | โรคจุดนูนเกิดจากเชื้อราC.heveae - 23 มิ.ย. - หากเชื้อราเข้าทำลายเมื่อใบโตเต็มที่แล้ว ใบจะแสดงอาการเป็นจุด ปลายใบหงิกงอ แผ่นใบเป็นจุดสีน้ำตาล มีขอบแผลสีเหลือง [ สมาชิกเท่านั้น! ] |
| 23 มิ.ย. 2551 |
4 |
| 45 |  | โรครากน้ำตาล 23 มิ.ย. - เชื้อราที่กำลังเจริญเส้นใยจะมีลักษณะเป็นขุยเหมือนกำมะหยี่ สีน้ำตาลปนเหลือง [ สมาชิกเท่านั้น! ] |
| 23 มิ.ย. 2551 |
1 |
| 44 |  | หนอนทรายด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง 23 มิ.ย. - "หนอนทราย" เพราะส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในดินทราย กัดกินรากพืชเป็นอาหาร เมื่อถึงระยะหนึ่งจะขุดรูเข้าดักแด้ [ สมาชิกเท่านั้น! ] |
| 23 มิ.ย. 2551 |
4 |
| 43 |  | ปลวกงานชื่อ คอปโตเทอเมส 23 มิ.ย. - ปลวกงาน
ปลวกชื่อ คอปโตเทอเมส เซอวิคนาตัส (Coptotermes curvignathus [ สมาชิกเท่านั้น! ] |
| 23 มิ.ย. 2551 |
5 |
| 42 |  | โรคตายจากยอด (Die back) 23 มิ.ย. - ลักษณะอาการของโรคที่จะปรากฎ กิ่งก้านหรือยอดแห้งตายจากปลายกิ่งหรือยอดเข้าหาส่วนโคนทีละน้อยแล้วลุกลามไปจนถึงโคนต้น [ สมาชิกเท่านั้น! ] |
| 23 มิ.ย. 2551 |
3 |
| 39 |  | โรคเปลือกเน่า (Mouldy rot) 23 มิ.ย. - เชื้อนี้สามารถแพร่กระจายไปยังต้นข้างเคียงได้โดยอาศัยลม, แมลง เป็นพาหะ
การป้องกันกำจัดบริเวณที่สภาพอากาศมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา
การแพร่ระบาด
[ สมาชิกเท่านั้น! ] |
| 23 มิ.ย. 2551 |
1 |
| 37 |  | โรคใบร่วงและฝักเน่า (Phytophthora leaf fall and pod rot) 23 มิ.ย. - ลักษณะของเชื้อรานี้แพร่กระจายโดยอาศัยน้ำพัดพาสปอร์ไป สำหรับการเข้าทำลายเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของต้นยางในสภาพธรรมชาติ และลำต้นตอนการเกิดโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อรานี้ จะเข้าทำลายที่ส่วนฝัก ยอด ก้าน ใบ และแผ่นใบด้านล่างทางรูใบเท่านั้น [ สมาชิกเท่านั้น! ] |
| 23 มิ.ย. 2551 |
5 |
| 35 | | 24 ส.ค. 2550 |
26 |
| 34 |  | โรคใบยางอ่อน 5-15 วัน 24 ส.ค. 50 - เชื้อนี้เข้าทำลายใบยางขณะมีอายุ 5 - 15 วัน หลังจากเริ่มผลิ คือ ระยะที่ใบขยายและกำลังเปลี่ยนจากสีทองแดงเป็นเขียวอ่อน เมื่อเชื้อราเข้าทำลายอย่างรุนแรง ใบจะเหี่ยวและหลุด [ สมาชิกเท่านั้น! ] |
| 24 ส.ค. 2550 |
35 |
| 29 |  | ยางพาราพันธุ์ สงขลา36 06 ส.ค. 50 - แหล่งกำเนิดราชอาณาจักรไทย ชื่อเดิม KRS156 แต่หลังจากผ่านการรับรองพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรแล้วได้เปลี่ยนชื่อเป็น สงขลา36 เพื่อร่วมฉลองในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงมีอายุครบ 36 พรรษา [ สมาชิกเท่านั้น! ] |
| 6 ส.ค. 2550 |
24 |
| 27 | | 6 ส.ค. 2550 |
26 |
| 25 | | 6 ส.ค. 2550 |
27 |
| 24 |  | ...การใส่ปุ๋ยต้นฤดูฝนเตรียมรับฤดูกรีดยาง... 04 ส.ค. 50 - ...เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับฤดูกรีดยางตั้งแต่ช่วงเดือน พฤษภาคม ของทุกปี จึงนำวิธีการเตรียมการใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยาง หรือเพื่อให้ต้นยางเจริญเติมโตเร็นวและสามารถเปิดกรีดได้เร็วขึ้นเมื่อต้นยางมีความสมบูรณ์เต็มที่จะทำให้กรีดได้ผลผลิตสูงอย่างสม่ำเสมอ.. |
| 4 ส.ค. 2550 |
3852 |
| 23 |  | ความรู้การให้ปุ๋ยยางพาราก่อน-หลังเปิดกรีด 30 มิ.ย. 50 - ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 สำหรับยางพาราในแหล่งปลูกยางเดิม และสูตร 20-10-12 สำหรับยางพาราในแหล่งปลูกยางใหม่ อัตรา และเวลาใส่ปุ๋ยตามชนิดของดินและอายุของต้นยาง |
| 30 มิ.ย. 2550 |
3228 |
| 22 |  | การใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยาง 30 มิ.ย. 50 - บริเวณที่ใส่ปุ๋ย ระยะแรกหลังจากปลูกยาง รากของต้นยางจะแผ่ออกเป็นวงกลมรอบลำต้น ประมาณปีที่ 4 รากจึงจะแผ่ขยายออกไปจนถึงกึ่งกลางระหว่างแถวยาง และเมื่อต้นยางมีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป รากก็จะแผ่ขยายเพิ่มขึ้นและหนาแน่นอยู่ในบริเวณห่างจากลำต้นประมาณ 60 เซนติเมตร จนถึง 3 เมตร ดังนั้นเพื่อให้การดูดอาหารของต้นยางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรใส่ปุ๋ยบริเวณที่มีรากดูดอาหารหนาแน่นคือเมื่อต้นยางยังเล็กควรใส่ปุ๋ยเป็นวงกลมรอบลำต้น ส่วนต้นยางที่มีออายุตั้งแต่ 17 เดือนขึ้นไป ให้หว่านปุ๋ยกระจายสม่ำเสมอเป็นแถบยาวไปให้แถวยางห่างจากโคนต้นยางข้างละ 1 เมตร เมื่อยางมีอายุ 5 ปีขึ้นไปให้หว่านปุ๋ยเป็นแถบกว้างห่างจากโคนต้นยางอย่างน้อย 50 เซนติเมตร และขยายออกไปถึง 3 เมตร สำหรับยางที่เปิดกรีดแล้วให้หว่านปุ๋ยทั่วแปลงห่างจากโคนต้นยางข้างละ 1 เมตร
|
| 30 มิ.ย. 2550 |
3324 |
| 21 |  | มาตรฐานความเจริญเติบโตของต้นยาง 30 มิ.ย. 50 - การปลูกสร้างสวนยาง ปกติต้้องใช้ระยะเวลาประมาณ 5-7 ปี ต้นยางจะให้ผลผลิตได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น พันธุ์ยางที่ให้ปลูกสภาพแวดล้อมของแปลงยาง คุณสมบัติของดิน การเลือกใช้วัสดุปลูก การบำรุงและรักษา ในช่วงระยะเวลายางอ่อน เป็นต้น ฉะนั้น การกำหนดมาตรฐานความเจริญเติบโตของต้นยางโดยทั่วๆ ไป จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะผู้ปลูกยางสามารถใช้เป็นตัวเปรียบเทียบความเจริญเติบโตของต้นยางในสวนได้ นอกจากนั้น ยังสามารถคาดการณ์ว่าสวนยางของตนเองควรจะให้ผลผลิตเมื่อใด เพื่อเตรียมอุปกรณ์และแรงงานกรีดยางได้อย่างถูกต้อง |
| 30 มิ.ย. 2550 |
2443 |
| 20 |  | วิธีการสังเกตความอุดมสมบูรณ์ของดิน 30 มิ.ย. 50 - การสังเกต (General Observation) ขนาดความเจริญเติบโต ลักษณะอาการขาดธาตุอาหารของพืชที่แสดงให้เห็น แต่วิธีการนี้ค่อนข้างล่าช้า อาจไม่ทันการเมื่อขาดธาตุที่สำคัญ
การวิเคราะห์พืช (Plant Analysis) วัดจากธาตุอาหาร ที่สะสมอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของพืชเช่น ใบแก่ ก้านใบ เป็นต้น ก็จะเป็นตัวบ่งบอกธาตุอาหารในดินไ้ด้
การวิเคราะห์ดิน (Soil Analysis) เก็บตัวอย่างดิน มาวิเคราะห์หาธาตุอาหารโดยตรง
การปลูกพืชทดสอบในเรือนกระจก หรือในไร่ (Greenhouse or Field Experiments) นำดินที่เคราะห์ใส่ในกระถางแล้วปลูกพืช หรือทำในไร่ที่จะหาความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยเปรียบเทียบกับตัวเปรียบเทียบที่ความคุมธาุตุอาหารได้ครบ
|
| 30 มิ.ย. 2550 |
2218 |
| 18 |  | องค์ประกอบทางอุตุนิยมวิทยา-ปริมาณน้ำฝนและอุณหภูมิ 29 มิ.ย. 50 - ปริมาณน้ำฝนเป็นปัจจัยสำคัญ ที่มีผลต่อความเจริญเติบโตของต้นยาง ปกติหลังการปลูกยาง ต้นยางควรได้รับปริมาณน้ำฝนอย่างเพียงพอ และสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 5 เืดือน เมื่อพิจารณาถึงปริมาณน้ำผน และจำนวนวันฝนตก ในแหล่งปลูกยางเดิมของประเทศปรากฏว่า [ สมาชิกเท่านั้น! ] |
| 29 มิ.ย. 2550 |
22 |